ถอดบทเรียน Hershey: การใช้ AI ขับเคลื่อน Supply Chain
- Sertis

- 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

ในธุรกิจ Food & Beverage การบริหาร Supply Chain ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องรับมือกับหลายปัจจัย ทั้งราคาวัตถุดิบที่ผันผวน สภาพเศรษฐกิจ และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ล่าสุด ในงาน Investor Day บริษัท Hershey ผู้ผลิตขนมหวานรายใหญ่ของโลก ได้เปิดเผยแผนการนำ AI และ Automation มาใช้ในทุกขั้นตอนของ Supply Chain โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การวางแผน การตัดสินใจ และการดำเนินงานในแต่ละวันมีความแม่นยำ รวดเร็ว และยืดหยุ่นมากขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ Hershey ไม่ได้ใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มนำ AI เข้ามาช่วยตัดสินใจในทุกขั้นตอนของทำงาน ตั้งแต่การจัดซื้อ การผลิต การบริหารคลังสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งสินค้า ทำให้วันนี้ AI สามารถเข้ามาช่วยคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น วางแผนล่วงหน้า และสนับสนุนการตัดสินใจแบบ Real-time
4 Pillars: AI และ Automation กำลังเปลี่ยน Supply Chain ของ Hershey อย่างไร
Hershey วางแนวทางการนำ AI และ Automation มาใช้ใน Supply Chain ไว้ 4 ด้านหลัก ดังนี้
1. Sourcing Analytics
การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น แนวโน้มราคาวัตถุดิบ และ ข้อมูลซัพพลายเออร์ เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงและคาดการณ์ความผันผวนของตลาด ทำให้ทีมจัดซื้อสามารถวางแผนและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสั่งซื้อวัตถุดิบได้แม่นยำยิ่งขึ้น
2. Plant Automation
การใช้ AI ปรับแผนการผลิต เมื่อความต้องการของตลาดเปลี่ยนไป ลดเวลาที่เครื่องจักรหยุดทำงาน ใช้กำลังการผลิตได้อย่างคุ้มค่า และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสายการผลิต
3. Fulfillment & Inventory
การใช้ AI บริหารคลังสินค้าและการกระจายสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ ลดทั้งปัญหาสินค้าขาดและสินค้าล้นสต็อก พร้อมลดต้นทุนจากการเก็บสินค้าเกินความจำเป็นและสินค้าหมดอายุ รวมถึงช่วยให้การจัดส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. Worker Connectivity
การใช้ AI เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างทีมจัดซื้อ โรงงาน คลังสินค้า และการขนส่ง ทำให้ทุกฝ่ายทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกัน ลดข้อผิดพลาดในการสื่อสาร ประสานงานได้รวดเร็วขึ้น และตัดสินใจร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไม AI จึงกลายเป็นหัวใจของ Supply Chain
เหตุผลที่ Hershey เร่งลงทุนด้าน AI ไม่ได้เกิดจากการต้องการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะอุตสาหกรรมอาหารกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปมา
เมื่อปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจจากข้อมูลในอดีตเพียงอย่างเดียวจึงไม่พออีกต่อไป ธุรกิจจำเป็นต้องสามารถคาดการณ์ล่วงหน้า ปรับแผนได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้แบบ Real-time
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Hershey ยังทำให้เห็นเทรนด์ของ Physical AI ที่ AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงวิเคราะห์ข้อมูลบนหน้าจอ แต่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการควบคุมและประสานการทำงานของเครื่องจักร คลังสินค้า และบุคลากรในโลกจริง ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของภาคการผลิต
เป้าหมายสำคัญ: สร้าง Supply Chain ที่ทั้งรวดเร็ว ฉลาด และยืดหยุ่น
Kirk Tanner ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Hershey ชี้ว่า กลยุทธ์ด้าน AI และ Automation เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะต่อไป เป้าหมายของบริษัทไม่ได้มีเพียงการลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่คือการสร้าง Supply Chain ที่ทั้งรวดเร็ว ฉลาด และยืดหยุ่น (Fast, Smart & Agile) เพื่อให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
กรณีของ Hershey แสดงให้เห็นว่า การใช้ AI ใน Supply Chain ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กรชั้นนำทั่วโลก ตั้งแต่การคาดการณ์ความต้องการ การวางแผนการผลิต การบริหารสินค้าคงคลัง ไปจนถึงการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างทุกฝ่ายให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยกระดับ Supply Chain ของคุณด้วย AI Solution จาก Sertis
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางในการนำ AI มาช่วยวางแผนการผลิต บริหารสินค้าคงคลัง และคาดการณ์ความต้องการได้อย่างแม่นยำ Sertis พร้อมพัฒนาโซลูชันด้าน Manufacturing และ Supply Chain ที่ออกแบบให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น
Demand Forecasting: คาดการณ์ความต้องการสินค้าในอนาคต เพื่อช่วยวางแผนการผลิต บริหาร Supply Chain และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ
Inventory Forecasting: ประเมินปริมาณสินค้าที่ควรมีในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้มีสต็อกเพียงพอโดยไม่เก็บสินค้ามากเกินความจำเป็น
Product Demand Planning: นำข้อมูลการคาดการณ์มาช่วยวางแผนการผลิต พร้อมรองรับการจำลองสถานการณ์เพื่อประเมินผลกระทบของแต่ละทางเลือก
Production Optimization: พัฒนาอัลกอริทึมเพื่อช่วยจัดตารางการผลิตให้เหมาะสมกับข้อจำกัดของแต่ละโรงงาน ลดเวลาสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
Ordering Optimization: คำนวณปริมาณและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสั่งซื้อ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสินค้า
Inventory Optimization: ช่วยรักษาระดับสินค้าคงคลังให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ลดทั้งปัญหาสินค้าขาดมือและสินค้าค้างสต็อก
หากต้องการนำ AI และ Data มาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Supply Chain หรือกระบวนการผลิต Sertis พร้อมช่วยออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ไปจนถึงการพัฒนาและนำระบบไปใช้งานจริง


