top of page
Sertis
AC_member_horizontal_reversed_fullclr_PNG.png

Shadow AI : ความเสี่ยงของ AI ที่องค์กรอาจมองไม่เห็น

  • รูปภาพนักเขียน: Sertis
    Sertis
  • 3 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

ทุกวันนี้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันของคนจำนวนมากไปแล้ว


ทีม Marketing ใช้ AI ช่วยสรุปรายงานและวางแผนแคมเปญ 

ทีม HR โยนข้อมูลพนักงานให้ AI ช่วยเขียน job description 

ทีม Developer paste source code เพื่อให้ Copilot debug ให้  

และทีม Finance ส่ง M&A plan ล่าสุดให้ AI สรุปสั้น ๆ ก่อนประชุม


พฤติกรรมเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติในโลกการทำงานยุคปัจจุบันและถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะมันแสดงให้เห็นว่าพนักงานมีความตื่นตัวและรู้จักนำเทคโนโลยีมาประยุกต์เพื่อลดเวลาที่ใช้กับงานซ้ำ ๆ และเอาเวลาไปโฟกัสกับงานที่สำคัญมากกว่า


แต่ปัญหาที่ตามมาคือ ความเร็วในการนำ AI มาใช้งานของพนักงาน มักแซงหน้ากระบวนการกำกับดูแลขององค์กรไปหลายก้าว หลายบริษัทเริ่มพบว่าพนักงานแต่ละทีมต่างคนต่างเลือกใช้ AI Tools ตามความถนัดของตัวเองจนทำให้องค์กรไม่สามารถมองเห็นภาพรวมได้ครบถ้วนว่า ตอนนี้มีเครื่องมืออะไรถูกใช้งานอยู่บ้าง ใครเป็นคนใช้ และมีข้อมูลประเภทไหนถูกส่งเข้าไปในระบบเหล่านั้นบ้าง


ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Shadow AI หรือการนำ AI มาใช้ในการทำงานโดยอยู่นอกกระบวนการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการขององค์กร


Shadow AI คืออะไร?

Shadow AI คือการที่พนักงานนำ AI Tools จากภายนอกมาใช้ในการทำงานโดยที่ไม่ได้ผ่านการอนุมัติ ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ 


ฟังดูเหมือน Shadow IT (การใช้ซอฟต์แวร์นอกระบบ) ที่รู้จักกันมานานแล้ว แต่ Shadow AI มีความซับซ้อนและผลกระทบที่หนักกว่ามาก เพราะ AI tools เครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบประมวลผลของผู้ให้บริการภายนอกด้วย


Shadow AI ไม่ได้เกิดจากเจตนาที่ไม่ดีของพนักงาน ตรงกันข้าม ส่วนใหญ่เกิดจากความพยายามที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพียงแต่ความเร็วในการนำ AI มาใช้งานอาจเร็วกว่าที่องค์กรจะวางแนวทาง กฎเกณฑ์ และมาตรการรองรับได้ทัน ดังนั้น Shadow AI จึงไม่ได้เป็นเรื่องของการห้ามใช้ AI แต่เป็นเรื่องของการทำให้องค์กรสามารถมองเห็น เข้าใจ และบริหารจัดการการใช้งาน AI ที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้รับประโยชน์จาก AI อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยของข้อมูล


ความเสี่ยงของ Shadow AI

การใช้ AI ช่วยสรุปเอกสารหรือเขียนรายงานอาจจะดูไม่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วความเสี่ยงของมันแฝงอยู่ในข้อมูลที่ถูกป้อนให้ AI โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว


ข้อมูลจาก Cyberhaven ในปี 2024 พบว่า 11% ของข้อมูลที่พนักงานส่งเข้า AI Tools เป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวทางธุรกิจ เช่น ข้อมูลลูกค้า ตัวเลขคาดการณ์ทางการเงิน Source Code หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแผนธุรกิจสำคัญอย่าง M&A แม้ตัวเลขนี้อาจดูไม่สูงนัก แต่เมื่อคิดถึงปริมาณการใช้งาน AI ของพนักงานทั้งองค์กรในแต่ละวัน ก็หมายความว่ามีข้อมูลสำคัญจำนวนไม่น้อยที่ถูกส่งออกไปประมวลผลบนระบบของผู้ให้บริการภายนอก


แม้ผู้ให้บริการ AI หลายรายจะมีนโยบายไม่นำข้อมูลลูกค้าไปใช้ฝึกโมเดล แต่ในมุมของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่าง PDPA การส่งข้อมูลออกไปประมวลผลนอกโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรก็ยังถือเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในด้านความเหมาะสม ความปลอดภัย และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของ Shadow AI ไม่ได้มีเพียงเรื่องข้อมูลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องของความโปร่งใสในการใช้งาน AI Tools อีกด้วย


ข้อมูลจาก Productiv ปี 2026 ระบุว่าองค์กรขนาดใหญ่มี AI Tools ที่ถูกใช้งานจริงเฉลี่ยถึง 14 ตัว แต่ฝ่าย IT มักรับรู้และกำกับดูแลได้เพียง 4–5 ตัวเท่านั้น นั่นหมายความว่า ความจริง มี AI Tools อีกหลายตัวที่กำลังถูกใช้งานอยู่จริง โดยที่ยังไม่ได้รับการประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบด้านความปลอดภัย หรือกำหนดแนวทางการใช้งานอย่างชัดเจน  และเมื่อองค์กรไม่สามารถมองเห็นได้ครบถ้วนว่าเครื่องมือใดกำลังถูกใช้งาน ข้อมูลประเภทใดกำลังถูกส่งเข้าไป หรือข้อมูลเหล่านั้นถูกจัดการอย่างไร การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลข้อมูล และการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นทันที


นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Shadow AI จึงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของ Data Governance, Security และ Compliance ที่ผู้บริหารหลายองค์กรกำลังให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ


ทำไมปี 2026 ถึงเป็นจุดที่ไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป

เหตุผลสำคัญคือ หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับ AI มากขึ้น ทั้งในด้านการคุ้มครองข้อมูล ความโปร่งใสในการใช้งาน และการบริหารความเสี่ยง


ในประเทศไทย PDPC (Personal Data Protection Commission) ได้ออกแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการพัฒนาและใช้งาน AI เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถประเมินความเสี่ยง จัดการข้อมูล และกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสมตลอดช่วงการใช้งาน 


ขณะเดียวกัน ในระดับสากล  EU AI Act ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นสำหรับองค์กรที่ดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดน หรือมีการจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตลาดในทวีปยุโรป ซึ่งสำหรับองค์กรไทยที่มีลูกค้า partner หรือ data flow เชื่อมกับยุโรป เรื่องนี้จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก


นอกจากนี้ หลายอุตสาหกรรมยังเริ่มรวม AI Governance เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ compliance audit (การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎ) ไม่ต่างจากประเด็นด้าน Cybersecurity หรือ Data Governance ที่องค์กรคุ้นเคยกันอยู่แล้ว


ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับความพร้อมขององค์กร การบริหารความเสี่ยง และความสามารถในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


การจำกัดไม่ใช่ทางออก

เมื่อพูดถึง Shadow AI หลายองค์กรอาจคิดถึงการจำกัดหรือห้ามใช้งาน AI Tools จากภายนอก แต่ในความเป็นจริง การทำแบบนั้นกลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน เพราะพนักงานยังคงต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบโจทย์ความคาดหวังทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นตลอด

เป้าหมายขององค์กรจึงไม่ใช่การลดการใช้งาน AI แต่คือการทำให้การใช้งาน AI เกิดขึ้นภายใต้กรอบที่ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านควมปลอดภัยของข้อมูล


โดยทั่วไป แนวทางที่องค์กรควรให้ความสำคัญประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก

  1. Visibility : มองเห็นว่า AI Tools อะไรบ้างกำลังถูกใช้งานอยู่จริงในองค์กร และมีการใช้งานอย่างไร

  2. Policy : กำหนดแนวทางการใช้งาน AI ที่ชัดเจน รวมถึงประเภทของข้อมูลที่สามารถหรือไม่สามารถนำไปใช้กับ AI ภายนอกได้

  3. Infrastructure : สำหรับองค์กรที่ต้องการควบคุมข้อมูลอย่างใกล้ชิด อาจพิจารณาแนวทางอย่าง Private LLM หรือ Private AI Environment ที่ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ AI ได้โดยข้อมูลยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรเอง


สรุป Shadow AI ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป ในหลาย ๆ ครั้งมันคือตัวชี้วัดชั้นดีว่าคนในองค์กรมีความกระตือรือร้นที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาพัฒนาผลงาน ความท้าทายจริง ๆขององค์กรจึงเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้การใช้งานเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบดูแลได้


หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางในการวาง AI Governance Framework หรือออกแบบ Private LLM ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านข้อมูลและความปลอดภัย Sertis พร้อมช่วยคุณออกแบบและพัฒนาโซลูชันที่เหมาะสมกับลักษณะขององค์กร


พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อเริ่มต้นสร้าง AI ที่ทั้งทรงพลัง ปลอดภัย และพร้อมใช้งานในระดับองค์กร: contact us

Have a project in mind?

bottom of page