< Back

WHAUP Joins Forces with PTT-SERTIS and PEA to pioneer Free Energy Trading for Thailand’s Industrial Sector in WHA Industrial Estates, via RENEX Energy Trading Platform

Press-Release-Renex_edit.jpg

Mar 28, 2022

WHA Utilities and Power Public Company Limited (WHAUP) is joining forces with PTT-Sertis and the PEA to implement Peer-to-Peer Energy Trading using blockchain technology – the first time this has been done at industrial scale in Thailand. The Renewable Energy Exchange or “RENEX” platform will help enhance efficiency and security of transactions and facilitate energy trading between industrial users. The project will kick off with an initial wave of 23 industrial users in WHA Industrial Estates.

Dr. Niphon Bundechanan, WHAUP’s Chief Executive Officer, explained that in line with its commitment to be a leader in the renewable energy business and energy innovations development, the company has continued to embark on the solar energy business and various technologies such as Smart Energy systems for enhancement of energy stability and cost reduction as well as clean energy usage among customers within WHA Group’s Industrial Estates. This has led to the development of the Peer-to-Peer Energy Trading system – an energy trading platform using blockchain technology. It is part of the energy innovation projects under the Energy Regulatory Commission Sandbox (ERC Sandbox) scheme, the joint implementation between the company and leading energy and technology partners. The platform will allow participating companies to freely bid and trade solar power with one another directly through the grid network of the PEA.

Recently, WHAUP joined forces with PTT Public Company Limited and Sertis Co., Ltd. to develop a Peer-to-Peer Energy Trading Platform under the name "RENEX." The platform uses blockchain technology to enhance efficiency and security of transactions and facilitate energy trading between industrial users. The project is under cooperation with the Provincial Electricity Authority (PEA).

The project is being launched with first-wave participation from 23 leading customers within WHA's industrial estates. It is currently under final preparation for first commercial trading within second quarter this year.

Mr. Noppadol Pinsupa, PTT Chief Operating Officer, New Business and Infrastructure Group, said the smart energy management system is a significant mechanism in the future of the energy business. PTT’s main goal is to enhance energy management efficiency and upgrade the country's sustainable energy innovations under the vision framework of “Powering Life with Future Energy and Beyond”. The development of energy management systems, both in terms of using blockchain technology in energy trading, as well as introducing energy innovations, can be used for new types of fuel. These new technologies all aim to support the growth of renewable energy in the future and to link activities related to the efficient use of renewable energy. They also help enhance the quality of products and services to meet international standards for industrial customers and service users. Driving the country towards a low-carbon society, this collaboration is an important effort in boosting digital technology and strengthening the country's energy innovation ecosystem. It also allows further enhancement of sustainable energy production in the future.

Mr. Thuchakorn Vachiramon, Chief Executive Officer and Founder of Sertis Co., Ltd., said: “As a partner in the RENEX project using blockchain technology for the Solar Power Trading Platform, we hope that it will benefit all parties involved. In terms of usage, both energy buyers and sellers will be able to trade solar power at the required price and quantity on a stable and secure platform with price matching and bidding system. The platform was co-developed with PTT and has been certified with a petty patent from the Department of Intellectual Property, Ministry of Commerce. This platform will effectively reduce organizations’ energy costs. As a consultant and technology developer, as well as an administrator of the smart energy management system, Sertis is ready to develop and enhance the platform’s efficiency and capacity, by integrating Artificial Intelligence (AI) technology or adding new features that can serve users’ needs in the future. This project is an initial point in harnessing the potential of technology along with the capabilities of personnel to develop a platform that can facilitate and support the clean energy trading industry. I believe that this project will be a milestone for the continuous and stable growth of small power producers, domestically and regionally.”

Peer-to-peer energy trading is a new concept for the power industry, but it is soon to be realised for the first time in Thailand at WHA Industrial Estates. The first wave of participants joining as energy traders consists of 23 industrial users. Once successfully implemented, the project will elevate Thailand’s energy industry to the next level, reduce energy cost for the industrial sector, boost clean energy consumption, promote energy innovations, as well as benefit the environment.


 

บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ผนึก ปตท.-เซอร์ทิส และ กฟภ. พัฒนาระบบ Peer-to-Peer Energy Trading ผ่านเทคโนโลยี Blockchain การซื้อขายไฟฟ้าครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ Platform ชื่อว่า Renewable Energy Exchange หรือ “RENEX” เพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยในการทำธุรกรรมและอำนวยความสะดวกการซื้อขายพลังงานให้กับผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยกับผู้ใช้พลังงาน ประเดิม 23 รายแรกในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ เข้าร่วมโครงการ

ดร.นิพนธ์ บุญเดชานันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เปิดเผยว่า จากความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และการพัฒนานวัตถกรรมด้านพลังงาน บริษัทฯ ได้เดินหน้าลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบพลังงานอัจฉริยะ หรือ Smart Energy เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและลดต้นทุนของพลังงานไฟฟ้าพร้อมกับการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในกลุ่มลูกค้าภายในนิคม

อุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ จึงนำมาสู่การพัฒนาระบบการซื้อขายไฟฟ้าเสรีแบบไม่มีตัวกลาง หรือที่เรียกว่า Peer-to-Peer Energy Trading โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ERC Sandbox Project หรือ โครงการทดลองด้านนวัตกรรมพลังงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จากความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และพันธมิตรชั้นนำด้านพลังงานและด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถประมูลซื้อหรือขายไฟฟ้าจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ระหว่างกันเองได้อย่างเสรีผ่านระบบสายส่งของการไฟฟ้า

ล่าสุด “WHAUP” ได้ร่วมมือกับพันธมิตรจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) “PTT” และบริษัท เซอร์ทิส จำกัด “Sertis” พัฒนาระบบ Peer-to-Peer Energy Trading Platform ภายใต้ชื่อว่า “RENEX” นี้ขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนโดยใช้เทคโนโลยี Blockchain ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในการทำธุรกรรมและอำนวยความสะดวกการซื้อขายพลังงาน ระหว่างผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม โดยได้รับความร่วมมือจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

โครงการนี้มีผู้ประกอบการชั้นนำในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ เข้าร่วมเป็นผู้ซื้อขายพลังงาน จำนวนมากถึง 23 บริษัท ทั้งนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายในการให้บริการซื้อขายเชิงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นภายในไตรมาส 2 ปีนี้

ด้าน นายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในกลุ่มธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตที่เป็นเป้าหมายสำคัญของ ปตท. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน และยกระดับนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนของประเทศ ตามกรอบวิสัยทัศน์ “Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิต ด้วยพลังแห่งอนาคต” การพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงาน ทั้งในส่วนการนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาช่วยด้านการซื้อขายพลังงาน ตลอดจนนำเสนอนวัตกรรมด้านพลังงานเพื่อรองรับความต้องการใช้เชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ ทั้งหมดนี้เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนในอนาคต และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานพลังงานหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนยกระดับสินค้าบริการที่มีคุณภาพระดับสากล เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมและผู้รับบริการได้อย่างครบวงจร ควบคู่กับการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ความร่วมมือกับพันธมิตรในครั้งนี้ จึงเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมพลังงานของประเทศให้มีความพร้อมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นสู่การพัฒนาต่อยอดให้เกิดความยั่งยืนในการผลิตพลังงานในอนาคตต่อไป

ด้าน นายธัชกรณ์ วชิรมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท เซอร์ทิส จำกัด กล่าวว่า การได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงการ “ระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ หรือ Renewable Exchange Energy Platform (RENEX) ซึ่งมีเทคโนโลยี Blockchain เป็นพื้นฐานของแพลตฟอร์มการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เรามุ่งหวังที่จะสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายที่ใช้แพลตฟอร์ม ทั้งในส่วนของการใช้งาน โดยผู้ซื้อพลังงานและผู้ขายพลังงาน จะสามารถทำการซื้อ-ขายพลังงานแสงอาทิตย์ในราคาและปริมาณที่ต้องการบนแพลตฟอร์มที่มีความเสถียรปลอดภัย ผ่านระบบการจับคู่และประมูลราคาที่คิดค้นร่วมกันกับ ปตท. จนได้รับการรับรองด้วยอนุสิทธิบัตร “วิธีการซื้อขายไฟฟ้าโดยมีโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หรือ Smart Energy Platform” จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และในส่วนของเซอร์ทิสเอง ในฐานะที่เป็นบริษัทให้คําปรึกษาและพัฒนาด้านข้อมูล เทคโนโลยี รวมถึงเป็นผู้ดูแลระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะนี้ เราก็พร้อมที่จะพัฒนาและเพิ่มศักยภาพแพลตฟอร์มด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ร่วมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ มาผสานเข้ากับระบบ เพื่อเพิ่มความสามารถหรือฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่สามารถรองรับการใช้งานและความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างเหมาะสมในอนาคต

โครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการใช้ศักยภาพของเทคโนโลยี ประกอบกับความสามารถของบุคลากรในการพัฒนาแพลตฟอร์มที่อำนวยความสะดวกและสนับสนุนการดำเนินงานของอุตสาหกรรมการซื้อขายพลังงานสะอาด ผมเชื่อว่าความสำเร็จนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้ารายย่อยได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคต่อไปในอนาคต

การซื้อขายไฟฟ้าอย่างเสรีด้วยเทคโนโลยี Blockchain นี้ นับว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับภาคอุตสาหกรรม แต่วันนี้กำลังจะเกิดขึ้นได้จริงแล้วในประเทศไทย ที่นิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอเป็นแห่งแรก โดยจะมีผู้ประกอบการกลุ่มแรกที่เข้าร่วมเป็น Clean Energy Trader จำนวน 23 บริษัท และโครงการนี้เมื่อดำเนินการเป็นผลสำเร็จ จะเป็นการเลื่อนระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของไทย ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ส่งเสริมนวัตกรรมด้านพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย