Amazon เตรียมพลิกโฉมวงการค้าปลีกด้วย AI

JULY 7, 2017

ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Amazon ได้เข้าซื้อกิจการ Whole Foods Market ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับไฮเอ็นที่จำหน่ายวัตถุดิบและอาหารเพื่อสุขภาพด้วยมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท เมื่อเทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์ข้อมูลกับ AI ของ Amazon ผนวกเข้ากับ Whole Foods ซึ่งเป็นกิจการค้าปลีกบนโลกออฟไลน์ จะทำให้ธุรกิจค้าปลีกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งผู้ค้าปลีกรายเดิมๆ จะต้องปรับตัวกับรูปแบบของการค้าปลีกแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นนี้

Amazon สนใจในธุรกิจฟู้ดรีเทลเนื่องจากคนจะต้องซื้ออาหารเป็นประจำ การควบรวมกิจการกับ Whole Foods ครั้งนี้จะทำให้ Amazon เป็นทั้งแหล่ง shopping รวมถึงเป็นจุดกระจายสินค้าสำหรับบริการส่งอาหาร ที่สำคัญ Amazon ยังได้เข้าถึงข้อมูลของลูกค้าของ Whole Foods ที่เก็บมาเป็นเวลานานอีกด้วย อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ผ่านมาของ Whole Foods ก็อาจจะยังไม่น่าสนใจนักหากเทียบกับข้อมูลที่ Amazon กำลังจะเก็บในอนาคต

Amazon ได้ทดลองสร้างร้านค้าปลีกชื่อ Amazon Go ที่มีวิธีการซื้อสินค้าแบบใหม่ เพียงลูกค้าเดินเข้าไปในร้าน หยิบของที่ต้องการแล้วเดินออกมาได้เลยโดยไม่ต้องจ่ายเงินที่แคชเชียร์เพราะ Amazon Go จะใช้เซ็นเซอร์และกล้องจำนวนมากในการติดตามพฤติกรรมของลูกค้าในร้าน เพื่อดูว่าลูกค้าคนไหนหยิบสินค้าอะไร แล้วส่งข้อมูลเหล่านั้นไปให้ AI เมื่อลูกค้าเดินออกจากร้าน AI จะหักเงินออกจากบัตรเครดิตของลูกค้า แต่ระบบนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จดีนักเนื่องจากไม่สามารถเก็บพฤติกรรมลูกค้าได้อย่างทั่วถึงเมื่อมีลูกค้าจำนวนมาก ดังนั้นการขยายสาขาของโครงการนี้จึงถูกเลื่อนออกไป แต่เซ็นเซอร์และเทคโนโลยี AI เหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์เพื่อสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของลูกค้าได้ที่ Whole Foods

หาก Whole Foods จัดร้านที่มีเซ็นเซอร์และกล้องที่คล้ายกับร้าน Amazon Go Amazon จะสามารถติดตามและเก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าภายในร้านได้ตั้งแต่เส้นทางที่ลูกค้าใช้เดินค้นหาสินค้า ระยะเวลาที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ประเภทของสินค้าที่ลูกค้าเลือกหยิบขึ้นมา ระยะเวลาในการอ่านฉลากสินค้า สินค้าที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้เลย ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้กำลังจะถูกเก็บมากขึ้นเรื่อยๆ รายละเอียดเหล่านี้ เป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้เหล่า data scientist ทำฝันของ Amazon ให้เป็นจริงได้ โดยพวกเขาจะช่วยทำให้ Amazon กลายเป็นธุรกิจค้าปลีกที่ใช้ข้อมูลได้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุดกว่าธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ในโลก เพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการปรับปรุงการจัดพื้นที่ของร้านให้เหมาะสม การคัดเลือกประเภทสินค้าที่ลูกค้าต้องการรวมถึงการจัดโปรโมชั่นเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าแต่ละคนได้

หากถามผมว่าธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันจะต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ได้หรือไม่ คำตอบคือได้ ถ้าหากธุรกิจในตลาดขณะนี้ปรับตัวได้เร็วพอ ธุรกิจค้าปลีกควรเริ่มใช้เซ็นเซอร์เพื่อเก็บข้อมูลของลูกค้า รวมถึงเริ่มลงทุนด้าน AI และ Data ด้วยเหตุนี้ร้านค้าปลีกจึงควรที่จะเริ่มจับคู่กับธุรกิจที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ให้กับบริษัทตนได้ ที่เซอร์ทิสเองเราก็ได้พัฒนางานด้าน AI ที่ใช้กล้องตรวจสอบในร้านค้าปลีก เพื่อตรวจเช็คสต๊อก สถานะสินค้าและให้แนวทางในการปฏิบัติ นอกจากนี้ยังนำมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าเพื่อช่วยให้เกิดการจัดหมวดหมู่สินค้าได้ดีขึ้น รวมถึงใช้วิเคราะห์พฤติกรรมพนักงานภายในร้าน ซึ่งจะช่วยลดการฉ้อโกงในร้านค้าได้อีกด้วย

‘Retail is detail’ ธุรกิจค้าปลีกจะสำเร็จได้ ก็ด้วยการใส่ใจรายละเอียด Amazon คือเจ้าพ่อแห่งการประยุกต์ใช้รายละเอียดของข้อมูลลูกค้า และด้วยเหตุที่ Amazon เข้าใจลูกค้าของเขามากกว่าผู้ค้าปลีกรายอื่นๆ
นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ Amazon มีมูลค่าราคาตามตลาดสูงกว่า Walmart ถึงสองเท่า การเข้าซื้อ Whole Foods ของ Amazon ครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีจากโลกออนไลน์มาผสานกับโลกออฟไลน์อย่างเต็มตัว ธุรกิจค้าปลีกจึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมและปรับตัวให้ทันกับยุค data revolution นี้ ไม่เช่นนั้นธุรกิจเหล่านี้อาจจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

Amazon, the US e-commerce giant, just bought Whole Foods, an upmarket chain of supermarket in America, for 465,000 million baht. Combining Amazon’s technological prowess in data analytics and AI with a chain of physical stores could create an unassailable competition for other retailers. Traditional retailers will need to adapt to this new kind of retail if it were to ensure their survival.

Amazon is interested in grocery because food retail is a high-frequency shopping event. Unlike buying a TV, people need to go food shopping on a regular basis. Adding food and grocery will also increase Amazon’s share of wallet for the average consumer. Whole Foods acquisition will help Amazon achieve these aims. It will allow Amazon access to 430 stores that act as both places people can shop as well as a distribution hub for its food deliveries. Another key asset Amazon will gain is the data Whole Foods has on its customers that the business has collected over the years. But historical customer data is not as interesting to Amazon as the future data it will begin to collect.

Amazon is currently trialing a cashierless store, Amazon Go, where people can just go into the store, grab what they want and walk out. It handles all this by using a multitude of sensors that track all the customers behaviour in the stores and feed its AI. By using cameras to track who picks which product, it can add those products automatically to the customer’s basket. When the customer walks out, the AI deducts the correct amount from the customer’s credit card. Unfortunately, it seems that this system cannot handle more than 20 customers in the store at any given time and a wider launch has been delayed. However, the underlying sensors and AI technology that goes into this cashierless store could create a gold mine of customer data if it were to be implemented at Whole Foods.

By equipping stores with similar sensors and cameras, Amazon will be able to track all the behaviours within the store. From the path people take to find a product to the time spent deciding which drink to buy on a hot summer day, all this and more will be collected. It will be able to record which product people pick up then put down again, how long they look at the label before putting it down and which product they then ultimately buy. This unprecedented level of detail is a dream come true for data scientists and will allow Amazon to optimise the stores further than any other retailers in the world, maximising sales and customer satisfaction. From better store layout, assortment and individualised promotions, the sky’s the limit. Not only that, these sensors will also help detect and prevent theft in stores, which can be 1-2% of total sales, a significant amount for a low margin grocery retailer.

Is there a way for existing retailers to fight back? Yes, if they move fast enough. Retailers need to start implementing some of the sensors to collect as much information as they on their customers in the stores and invest in the AIs that will make sense of all this data. At Sertis we are working on an AI that uses cameras to monitor retail stores, to check if things are out of stock and to suggest remedial actions. The same system can be used to analyse customer and employee behaviour within the store, to give retailers a better understanding of what goes on in each branch. Better assortment and reducing shrinkage are additional applications for this system. With this, retailers will be able to start match some of the tools a tech company can bring to play.

Retail is detail, so goes the saying. Amazon is the king of using detailed data on their customers. It understands more about its customers than most other retailers. It tracks every single interaction of users within its sites, and now it will do the same for its physical stores. All this in-depth knowledge of the customers is one of the reasons why Amazon market cap is double that of Walmart. By buying Whole Foods, it will bring all this technology to the physical world. Retailers need to be ready for this new stage of data evolution, or they will risk extinction.

บทความโดย
คุณธัชกรณ์ วชิรมน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง
บริษัท เซอร์ทิส จำกัด

Related Posts

CONTACT US

Bangkok Office

Sertis Co.,Ltd. 

Suite No.302, 3rd Floor

597/5 Sukhumvit Road,

Khlong Tun Nuea, Wattana, Bangkok, Thailand 10110

Singapore Office

Sertis International Pte. Ltd.

3 Pickering Street

#03-05 Singapore 048660

© 2020 Sertis Co.,Ltd. All rights reserved.

  • Sertis Facebook
  • Sertis Linkedin
  • Sertis Channel
Sertis-Logo_2020.png