CURING ‘DEPRESSION’ WITH AI

AUGUST 1, 2019

โรคซึมเศร้า เป็นอาการทางจิตเวชประเภทหนึ่งที่มีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นและส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกายตัวเองหรือแม้กระทั่งฆ่าตัวตาย คนส่วนใหญ่มักคิดว่าโรคซึมเศร้าเป็นอาการที่รักษาไม่ได้ ซึ่งอันที่จริงไม่เป็นเช่นนั้น หากผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าได้รับการรักษาก็จะสามารถหายเป็นปกติได้ แต่ก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนการรักษา ผู้ป่วยจำเป็นต้องรู้ตัวก่อนว่าเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งปัจจุบันวิทยาการทางด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (Artificial Intelligence : AI) มีความก้าวหน้าและถูกนำมาใช้ประโยชน์ครอบคลุมวงการต่างๆ มากขึ้น รวมทั้งทางการแพทย์ที่มีหลายองค์กรร่วมมือกันพัฒนาเอไอ เพื่อใช้สำหรับทำการวิเคราะห์ภาวะซึมเศร้าและนำไปสู่วิธีการรักษาได้อย่างรวดเร็วและถูกวิธี

ผลจากการทดลองกับกลุ่มผู้มีปัญหาด้านสุขภาพจิตพบว่า ผู้มีปัญหาจะเกิดความรู้สึกดีหากได้พูดคุยบอกเล่าปัญหาส่วนตัวให้กับผู้อื่นฟัง และจะรู้สึกดีและผ่อนคลายยิ่งขึ้นหากให้หุ่นยนต์ทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังแทน จากผลการทดลองนี้นำไปสู่ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาเอไอขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ ช่วยเหลือ และให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถพูดคุยโต้ตอบได้เหมือนมนุษย์ และรับฟังคำพูดของมนุษย์ที่อยู่ในสภาวะจิตใจย่ำแย่ โดยใส่โปรแกรมให้หุ่นยนต์สามารถตรวจจับสัญญาณภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลต่างๆ จากการวิเคราะห์น้ำเสียงของผู้ใช้งานว่าอยู่ในสภาวะอย่างไร เช่น การใช้โทนเสียงต่ำ การพูดคำหรือเนื้อหาซ้ำๆ หรือเสียงสูงที่เกิดจากความกังวลใจในการเล่าเรื่องราวต่างๆ รวมถึงคำพูดที่แสดงถึงอาการภาวะซึมเศร้า เพื่อนำไปสู่การให้คำปรึกษาและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป

นอกจากหุ่นยนต์แล้ว “แชทบอท” (chatbot) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับการนำเอไอมาใช้วิเคราะห์ภาวะซึมเศร้า โดยแชทบอทสามารถวิเคราะห์กลุ่มคำและลักษณะภาษาของผู้ใช้งานว่ามีสัญญาณบ่งบอกอันตรายในการพูดคุยกันหรือไม่ เช่น หากผู้ใช้งานมีการใช้คำว่า “เสียใจ” “เศร้า” “ร้องไห้” “ทุกข์ทรมาน” “เจ็บปวด” แสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มที่จะอยู่ในอารมณ์ซึมเศร้า หรือการใช้คำว่า “ป่วย” “เลือด” “บาดเจ็บ” ก็มีแนวโน้มว่าผู้ใช้งานรายนี้อาจจะมีปัญหาด้านสุขภาพหรือต้องการเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลในเบื้องต้นนี้ เราสามารถป้อนข้อมูลให้แชทบอททำหน้าที่ในการให้คำแนะนำแนวทางการรักษา หรือการไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการอย่างทันท่วงที ซึ่งการรู้อาการล่วงหน้าย่อมส่งผลให้ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะรักษาหายได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้แชทบอทอาจจะช่วยจูงใจ ให้คำปรึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสร้างความเชื่อมั่นว่า โรคซึมเศร้าเป็นอาการที่สามารถรักษาให้หายได้เช่นเดียวกับโรคอื่นๆ

แอปพลิเคชันก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถพัฒนาเพื่อใช้ในการสื่อสารกับผู้ป่วยได้อย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากคำบางคำอาจกลายเป็นจุดหักเหให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าตีความไปในแง่ลบได้ ยกตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชัน Predict to Prevent จะช่วยแนะนำคำที่เหมาะสมในการสื่อสารกับผู้ป่วย โดยการนำเอไอและฟังก์ชันการคาดเดาคำมาพัฒนาเป็นคีย์บอร์ดแอปพลิเคชันบนมือถือที่ใช้ได้กับโปรแกรมแชทต่างๆ เมื่อผู้ใช้งานพิมพ์ประโยคที่เข้าข่ายว่าจะกระทบจิตใจผู้ป่วย ระบบจะประมวลผลและแนะนำคำที่เหมาะสมโดยผ่านการรับรองจากจิตแพทย์แล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย เพื่อป้องกันการตีความในทางลบซึ่งอาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเองได้

เห็นได้ชัดว่า เอไอ เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้ามากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ วินิจฉัย รวมถึงการแนะนำวิธีการรักษาในเบื้องต้น ซึ่งถึงแม้เทคโนโลยีเอไอจะช่วยประเมินความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำมากเพียงใด แต่ผู้ป่วยก็ควรจะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วและถูกวิธีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง จึงกล่าวได้ว่า เอไอ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ผู้ป่วยรู้ตัวเร็วและรีบรักษาให้หายขาดได้ในที่สุด

Depression is a mental illness that affects hundreds of millions of people daily. Symptoms include loss of energy, lack of sleep or too much sleep, difficulty thinking and performing tasks, self-harm or even suicide. Many people believe that depression cannot be cured, but this is not the case. If the person is treated it is possible to recover but, before receiving treatment, patients must be sure that they are depressed.

At this point in time, AI (Artificial Intelligence) has progressed dramatically and is being utilized in more and more industries, including the medical industry. Many organizations collaborate to develop AI software to analyse depression, leading to faster and more accurate treatment methods.

Results from an experiment showed that people with mental health issues will feel better if they talk about their personal problems to others, people will feel just as relaxed if the person listening is an android. The results of this experiment have led to cooperation between relevant agencies in the development of AI in various ways to analyse, help and advise patients with depression effectively, such as creating androids that can interact like humans and listen to the words of the human in a depressive mood.

The AI will be able to detect various signs of depression and anxiety by analysing the tone of the user, such as the use of low tones, repeating words, or the change in tone when telling stories that include words that express symptoms of depression.

This will lead to counselling and motivating patients to receive treatment from medical professionals.

Additionally, a ‘Chatbot’ is another good option for analysing depression, the chatbot can analyse the user’s choice of words and characteristics to recognize dangerous patterns. For example, if the user uses words such as “Regret,” “Sad,” “Crying,” “Suffering,” “Torture” and “Pain”, this shows that there is a tendency towards depression. Or using words such as “Sick,” “Blood,” or “Injury” would show that the user may have health problems or want to see a doctor. From this initial data analysis, we can teach the Chatbot to provide advice on treatment guidelines or to visit a doctor to treat the symptoms promptly. Recognising the symptoms early on will result in the patients having the opportunity to heal quicker.

Chatbots can help to motivate and counsel through behaviour modification by building confidence and re-affirming that depression is a condition that can be cured, as well as other illnesses.

An application is another channel that can be developed for communicating with patients correctly and efficiently. Because some words may become a turning point for depressed patients, potentially being interpreted in a negative way. For example, the ‘Predict to Prevent’ application helps suggest appropriate words for communicating with patients by introducing AI and predictive functions onto a mobile keyboard. When users type sentences that might affect the patient’s mind, the system will process and recommend the appropriate words to use (certified by a psychiatrist) that are not harmful to the patient. This will prevent negative interpretations that could lead to self-harm.

AI has become increasingly involved in depression, from data collection to diagnostic analysis. Although AI technology helps to assess the risk of depression in users with accuracy, the patient should be treated quickly and correctly from a specialist directly. Therefore, it can be said that AI is another aid that makes the patient aware of the early stages and can be finally cured.

บทความโดย
คุณธัชกรณ์ วชิรมน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง
บริษัท เซอร์ทิส จำกัด

Related Posts

CONTACT US

Bangkok Office

Sertis Co.,Ltd. 

Suite No.302, 3rd Floor

597/5 Sukhumvit Road,

Khlong Tun Nuea, Wattana, Bangkok, Thailand 10110

Singapore Office

Sertis International Pte. Ltd.

3 Pickering Street

#03-05 Singapore 048660

© 2020 Sertis Co.,Ltd. All rights reserved.

  • Sertis Facebook
  • Sertis Linkedin
  • Sertis Channel
Sertis-Logo_2020.png