BI Analyst กับ ETL Developer ทำอะไร
เข้ามามีส่วนช่วยใน BI อย่างไร

/
JUN 01, 2021

สำหรับวงการ data หนึ่ง buzzword ที่ทุกคนมักจะได้ยินอยู่เสมอคือ Business Intelligence หรือ BI ซึ่ง BI นั้นครอบคลุมถึงแนวคิดของกระบวนการตั้งแต่การนำข้อมูลดิบเข้ามาดัดแปลง ไปจนถึงการนำข้อมูลเหล่านี้ไปแสดงผลให้ผู้รับสารเข้าใจได้โดยง่าย และสามารถนำไปสู่การสรุปข้อมูลเชิงลึก การที่จะดำเนินการขั้นตอนเหล่านี้ให้สำเร็จผล จำเป็นต้องมีทีมงานในหลาย ๆ ตำแหน่งเข้ามามีส่วนร่วม

 

ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำ 2 ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานที่เกริ่นไปข้างต้นอย่าง “BI Analyst” และ “ETL Developer” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทำงานอยู่ตรงต้นทางและปลายทางของกระบวนการ โดยแต่ละตำแหน่งจะเข้ามามีส่วนร่วมในลักษณะใด เนื้องานต้องทำอะไร ทักษะที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง ผู้อ่านจะได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นจากบทความนี้

 

“Business Intelligence” คืออะไร?

 

ก่อนที่จะเข้าไปถึงตำแหน่งงานทั้งสองนั้น เราควรถอยหลังมาสักก้าวเพื่อทำความเข้าใจความหมายของ Business Intelligence กันเสียก่อน BI เป็นแนวคิดในการค้นหาข้อมูลเชิงลึก (insight) จากข้อมูลดิบ (data) และสรุปออกมาในรูปแบบรูปภาพเพื่อให้คนดูเข้าใจได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่ความสามารถในการวางกลยุทธ์หรือทำการตัดสินใจในกระบวนการทางธุรกิจต่อไป แนวคิดนี้อาศัยเทคนิคหลาย ๆ อย่าง ตั้งแต่การนำข้อมูลเข้า Data Warehouse การเก็บข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ ทำ Data Modeling ทำ Data Analysis รวมไปถึงการทำ Data Visualization เพื่อแสดงผลออกมาให้คนดูเข้าใจ รูปแบบ (pattern) ของข้อมูลได้ง่ายขึ้น ดังที่จะเห็นในแผนภาพ BI System ด้านล่างที่ครอบคลุมจากต้นทางของการรวบรวมข้อมูล ไปจนถึงปลายทางในการสรุปผลข้อมูลให้กับคนรับสาร

BIETL_May_Sertis-02.jpg

ในงาน BI ของ Sertis ตำแหน่ง BI Analyst จะเข้ามาช่วยในฝั่งของการวิเคราะห์ การทำ report และ dashboard ส่วน ETL Developer เข้ามาช่วยในฝั่งของ database และ ETL (Extract Transform Load:  การนำข้อมูลดิบมารวบรวม ดัดแปลงเป็นกลุ่มข้อมูลใหม่เพื่อให้พร้อมใช้งาน)

 

1. BI Analyst ทำอะไร?

 

BI Analyst เป็นตำแหน่งที่โฟกัสในส่วนของ data ไปจนถึง Reporting Layer เป็นคนที่สามารถแปลง requirement ภาษาธุรกิจให้ออกมาในรูป technical requirement ได้ เช่น ลูกค้าอยากทราบยอดผลประกอบการในมุมมองหนึ่งผ่านเงื่อนไขบางอย่าง ต้องพิจารณาว่า ข้อมูลที่ทางลูกค้ามีให้เรานั้นเพียงพอที่จะทำหรือไม่ ถ้าเพียงพอ เราต้องทำออกมาในรูปแบบไหนเพื่อที่จะส่งมอบให้ลูกค้าได้ ในส่วนของการทำ Data Analysis ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจข้อมูลเชิงธุรกิจของลูกค้าเป็นอย่างดี เพื่อให้คำแนะนำที่มีน้ำหนัก รวมทั้งกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้กับทางลูกค้าได้ในที่สุด

 

ทักษะที่ BI Analyst ต้องใช้

 

- Data Analysis + Business Acumen (การวิเคราะห์ข้อมูลและความเข้าใจธุรกิจของลูกค้า) สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจในตัวธุรกิจและ metric ที่สำคัญในธุรกิจนั้น ๆ เพื่อที่จะสามารถให้คำแนะนำที่มีน้ำหนักได้ ยกอย่างเช่นที่ Sertis เรามีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ให้แก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจ Retail ได้อย่างตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเรามีประสบการณ์ในธุรกิจประเภทนี้มากเป็นพิเศษ


- Data Query (การดึงข้อมูล) ลักษณะข้อมูลที่เป็น Big Data ของลูกค้าส่วนใหญ่จะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบ Structured Data ทักษะการใช้ SQL จึงเป็นทักษะสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งอื่น ๆ เช่น Python และ R ซึ่งมีส่วนช่วยในการ explore ข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่ได้รับข้อมูล ad hoc ที่มีขนาดเล็กกว่า Big Data แต่ว่าใหญ่เกินกว่าจะเปิดบน Excel ได้โดยที่คอมพิวเตอร์ไม่ค้างไปซะก่อน การเลือกใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งตัวอื่นเข้ามาช่วยจึงเป็นทางลัดในการ explore ข้อมูล โดยที่เราไม่ต้องนำข้อมูลเข้าไปใน database

 

- Data Aggregation (การจัดระเบียบข้อมูล) เนื่องจากข้อมูลที่เรารับจากลูกค้ามีขนาดใหญ่และต้องการ transform ระดับหนึ่ง เพื่อให้ข้อมูลอยู่ในรูปที่แสดง metric ถูกต้อง สามารถนำไปใช้กับ dashboard ได้อย่างไม่ช้าจนเกินไป

 

- Data Visualization (การออกแบบและแสดงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบของภาพ) จะต้องเลือกใช้ visualization ที่เหมาะสมกับแต่ละโจทย์ของลูกค้า ซึ่ง Dashboard Tool ในท้องตลาดมีมากมาย ยกตัวอย่างตัวเด่น ๆ ที่ทางเราใช้ คือ Tableau และ Power BI หรือการทำ visualization ผ่าน Library ของ Python และ R ในบางครั้ง

 

BI Analyst Career Path

 

แท้จริงนั้น BI Analyst ที่พวกเราทำมีความ all-rounder ที่ปูทักษะมาให้ครบทุกทาง จึงกล่าวได้ว่า BI Analyst ไปต่อยอดขาไหนก็ไม่ยาก ไม่ว่าจะไปสายงานที่โฟกัสเฉพาะเจาะจงด้านธุรกิจ โฟกัส dashboard หรือ statistics ขาใดขาหนึ่งหรือจะมัดรวมทุกศาสตร์ และให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพแบบงานสาย consulting ไปเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลว่าอยากเลือกเดินไปเส้นทางไหนต่อ
 

2. ETL Developer ทำอะไร?

 

ETL Developer เป็นตำแหน่งที่ทำในส่วนของ Data Warehouse และ Data Transformation เนื้องานหลักไม่ได้ลงมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อเฟ้นหา insight หรือช่วยคิดข้อเสนอกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการทำความเข้าใจ infrastructure ในหลาย ๆ เจ้าบนท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็น On-Cloud หรือ On-Premise เพื่อช่วยนำเสนอทางเลือกที่เหมาะสมให้กับขนาดข้อมูลของลูกค้าได้ อีกทั้งยังคอยช่วยพัฒนาและดูแล Data Workflow ทำ ETL ให้ data ของลูกค้าที่ต้องมีการรับส่งข้อมูลดิบรายวัน ให้สามารถนำมา aggregate เป็น datasource เพื่อพร้อมใช้งานโดยใช้เวลาน้อยและมีประสิทธิภาพที่สุด

 

ทักษะที่ ETL Developer ใช้

 

- Software Development ตำแหน่งนี้อาศัยการ develop สิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาตามความต้องการของโจทย์ บางครั้งต้องมีการใช้ Programming Script เพื่อช่วยเติมเต็มกระบวนการ ETL จึงต้องอาศัยทักษะการเขียนโปรแกรม ซึ่งมีได้ทั้งการเขียน Python ไปจนถึงการอาศัยหลักการ Ci/CD เพื่อ deploy ระบบต่าง ๆ

 

- System Architecture (ความเข้าใจความสัมพันธ์ของระบบในวงกว้าง) เพื่อพัฒนาระบบที่ประกอบไปด้วยส่วนย่อย ๆ ให้ในแต่ละส่วนสามารถผนวกทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิผล

 

- Data Transformation (ความเข้าใจในรูปแบบต่าง ๆ ของข้อมูล) สามารถประเมินข้อมูลดิบได้ว่าควรออกแบบ workflow ในลักษณะใด เพื่อ transform ข้อมูล ให้ datasource ตัวท้ายสุดมีลักษณะข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน ตัวเลขถูก พร้อมให้ user คนถัด ๆ ไปใช้งานต่อ


- Data Management (การจัดการข้อมูล) เข้าใจคอนเซปต์การเก็บข้อมูลเพื่อให้สามารถนำข้อมูลดิบของลูกค้ามาเก็บในรูปแบบที่ใช้สอยได้มีประสิทธิภาพที่สุด ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล จำกัดการเข้าถึงของข้อมูลในแต่ละฝ่าย

 

- Big Data Technology (ความสนใจและเข้าใจในเทคโนโลยี) เทคโนโลยี infrastructure มีการอัพเดตใหม่ ๆ อยู่เสมอ เราจึงควรเท่าทันข่าวสารของ tool ใหม่ ๆ ในวงการเพื่อที่จะได้ประเมินว่า solution ที่เราใช้ปัจจุบันล้าสมัยเกินไปหรือไม่ และนำเสนอ solution ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าได้

 

ETL Developer Career Path

 

เนื่องด้วย ETL Developer มีทักษะของ Software Development การเข้าใจ Life Cycle ของข้อมูล การ maintain ระบบ และ architecture ต่าง ๆ นั้นทำให้ ETL Developer สามารถต่อยอดไปในด้านของ DevOps, Consult ด้าน Data Governance, Data Management หรือ Cloud Architecture ก็ได้เช่นกัน

 

หลังจากอธิบายความแตกต่างของทั้ง 2 ตำแหน่งไปแล้ว อีก 2 ทักษะที่ทั้ง 2 ตำแหน่งควรจะต้องมีนั่นคือ

 

- Communication การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่ากับบุคลากรภายนอกอย่างลูกค้าหรือภายในองค์กร เช่น เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างานในทีมเรา การสื่อสารที่ใช้มีตั้งแต่ระดับ Non Technical ที่เราต้องตัดทอนรายละเอียดหลายส่วนเหลือเพียงใจความสำคัญเพื่อทำให้คนฟังไม่รู้สึกหลุดหรือหลงระหว่างฟังศัพท์เทคนิคยาก ๆ ไปจนถึงคนฟังในระดับเดียวกันที่เข้าใจการอธิบายใน technical เชิงลึก

 

- BI, Big Data Concept Understanding ทั้ง 2 ตำแหน่งเข้ามามีส่วนร่วมใน BI System แล้ว แต่ถ้าไม่เข้าใจภาพรวมของ BI ก็จะแปลก ๆ สักหน่อย อย่างน้อยเราควรเข้าใจถึงภาพรวมกับบทบาทของเราว่า เราเข้ามามีส่วนร่วมใดใน BI System บ้าง อีกทั้งเข้าใจรายละเอียดเบื้องต้นในส่วนอื่น ๆ ของ BI System แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่ความเข้าใจในองค์รวมจะทำให้เราเห็นการเดินทางของตัวงาน ก่อนที่จะมาถึงส่วนงานของเราไปจนถึงปลายทาง มี input, output และ requirement อะไรบ้าง องค์ความรู้นี้จะทำให้เราสามารถคุยกับเพื่อนร่วมงาน รวมถึงให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ มากกว่ารู้เพียงเฉพาะแค่เนื้องานที่เราทำเพียงอย่างเดียว

 

จากที่อธิบายไปใน 2 ตำแหน่งงานนี้ จึงสามารถสรุป ความต่าง และจุดร่วม ของ 2 ตำแหน่งนี้ให้เห็นในอินโฟกราฟฟิคด้านล่าง

BIETL_May_Sertis-03.jpg

จากที่อธิบายภาพรวมไว้ทั้งหมดนี้ คงทำให้คุณผู้อ่านเข้าใจภาพรวมโดยสังเขปมากขึ้น ทั้งที่มาของคำว่า Business Intelligence เนื้องานของตำแหน่ง BI Analyst และ ETL Developer รวมไปถึงอาจมีส่วนช่วยในการตัดสินใจให้กับผู้อ่านได้มากขึ้นว่า ตำแหน่งใดที่เหมาะสมกับเรา ทำงานด้านนี้แล้วจะต่อยอดในสายนี้ต่อได้อย่างไร และสามารถประเมินตัวเองในขั้นต้นได้ว่า ควรจะต้องเพิ่มทักษะด้านไหนเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจจะทำงานสายนี้จริง ๆ

 

หมายเหตุ ชื่อตำแหน่ง BI Analyst ของ Sertis คือ Data Analyst - BI


หากสนใจในตำแหน่งงานของ Sertis สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.careers.sertiscorp.com/

บทความโดย
คุณชวัลกร กสิโณภาส
Data Analyst
บริษัท เซอร์ทิส จำกัด

Related Posts