ส่องสถานการณ์วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ในยุคที่ Grab Bike มาแรง

MAY 19, 2021

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นหนึ่งในพาหนะในดวงใจของใครหลาย ๆ คน แค่โบกมือพี่วินก็มาจอดรับถึงที่ บางคนนั่งบ่อย ๆ แค่มองตาก็รู้ใจ มีธุระอะไรก็แค่เรียกพี่วินเจ้าเก่าหน้าปากซอย

 

แต่ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมาก มาตรฐานความสะดวกสบายของชีวิตคนเราก็พัฒนาตามไปด้วย บริการเรียกรถแบบ Ride-sharing อย่าง Grab และ Uber ที่สะดวกสบายกว่าก็เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มีให้เลือกหลากหลายแบบทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ บริการเหล่านี้สามารถเรียกผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวก มีราคาที่แน่นอน มีระบบคัดกรองประวัติของคนที่จะมาเป็นผู้ขับขี่ เรียกได้ว่าเป็นบริการที่กระทบอย่างมากกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เคยฮอตฮิต
 

วันนี้ Sertis จึงอยากชวนทุกคนมาส่องสถานการณ์ของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในกรุงเทพฯ กันว่า พี่วินของเราเป็นอย่างไรกันบ้าง มีจำนวนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพิ่มหรือลดแค่ไหนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รายได้และรายจ่ายของพี่วิน และผลกระทบจาก Grab เป็นอย่างไร

 

อย่างไรก็ตามทุกอาชีพต้องมีการปรับตัวไปตามสถานการณ์ พี่วินเองก็เช่นกัน หลังจากนี้เราอาจได้เห็นการปรับตัวของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จะทำให้เขากลับมาทวงบัลลังก์รถโดยสารในดวงใจของคนกรุงฯ คืนก็เป็นได้

mototaxi_CreativeMay_Sertis-02.jpg

เริ่มจากภาพรวมทั่วประเทศกันก่อน จำนวนผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์ทั่วประเทศนั้น จากการสำรวจในปี 2562 พบว่ามีจำนวนทั้งหมด 185,303 คน โดยเกือบครึ่ง หรือประมาณ 45% ของจำนวนทั้งหมด เป็นผู้ขับขี่ที่ให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ อีก 28.26% อยู่ที่ปริมณฑล และอยู่ที่จังหวัดอื่น ๆ ในภาคกลางอีก 6.83% ภาคตะวันออก 7.94% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4.33% ภาคเหนือ 2.99% และภาคใต้ 4.35%

mototaxi_CreativeMay_Sertis-03.jpg

เรามาเริ่มส่องสถานการณ์ของพี่วินในเขตกรุงเทพมหานครกัน โดยข้อมูลที่เราจะมาดูกันในวันนี้คือข้อมูลจำนวนผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างในกรุงเทพฯ  โดยจากข้อมูลพบว่ามีจำนวนผู้ขับขี่ 88,601 คนในปี 2557 เพิ่มขึ้นถึง 105,894 คนในปี 2558 และค่อย ๆ ลดลงจนเหลืออยู่เพียง 84,574 ในปี 2562

 

โดยในกรุงเทพฯ มี 5 เขตที่มีจำนวนผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์มากมากที่สุด ได้แก่ เขตจตุจักรซึ่งมีผู้ขับขี่กว่า 3,936 คน 

รองลงมาคือเขตดินแดง 2,955 คน เขตวัฒนา 2,907 คน เขตบางขุนเทียน 2,899 คน และเขตบางกะปิ 2,870 คน

 

ในส่วนของบริการ Grab Bike นั้นเริ่มเปิดให้ทดลองใช้ปลายปี 2559 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2560 และค่อย ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้จำนวนผู้ขับขี่ในกรุงเทพฯ โดยรวมแล้วลดลงมาอย่างมากตั้งแต่ปี 2560 จนปัจจุบัน 

mototaxi_CreativeMay_Sertis-04.jpg

มาดูสถานการณ์ด้านรายได้ของพี่วินกันต่อ โดยข้อมูลที่เราจะมาสำรวจกันในวันนี้มาจากกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และสำรวจโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

 

อายุเฉลี่ยของพี่วินนั้นอยู่ที่ 39 ปี เริ่มต้นเด็กสุดที่ 21 ปีและอายุมากสุดมากกว่า 61 ปีเลยทีเดียว ในแต่ละวันพี่วินจะขับวินกันโดยเฉลี่ย 41 เที่ยวต่อวัน หรือเป็นเวลาประมาณ 9 ชั่วโมงต่อวัน

 

ในจำนวนกลุ่มตัวอย่างนั้นพบว่ามีผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์ที่จดทะเบียนเข้าระบบเรียบร้อย 70.6% ซึ่งการจดทะเบียนนั้นหมายถึงการเสียค่าใช้จ่ายด้านค่าเช่า และค่าวิน ทำให้คนที่เหลือกว่า 29.94% ซึ่งบางส่วนเป็นคนที่ไม่ได้ยึดอาชีพขับขี่วินมอเตอร์ไซค์เป็นอาชีพหลักไม่อยากจดทะเบียน 

 

แม้พี่วินจะได้รายได้กว่า 975 บาทต่อวัน หรือรวมเป็น 24,370 บาทต่อเดือน แต่เฉพาะต้นทุนในการขับวินมอเตอร์ไซค์โดยเฉลี่ยนั้นสูงถึง 11,634 บาทต่อเดือน ประกอบด้วยค่าใช้จ่าย เช่น ค่าน้ำมัน ค่าผ่อนรถ ค่าเช่าเสื้อ ค่าเช่าวิน เป็นต้น และยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในครอบครัว ทำให้เหลือกำไรต่อเดือนไม่มากนัก

mototaxi_CreativeMay_Sertis-05.jpg

และเมื่อเกิดการเข้ามาของ Grab Bike และแอปพลิเคชันเรียกรถอื่น ๆ แน่นอนว่าพี่วินก็ต้องปรับตัวกันไม่มากก็น้อย แต่อย่างไรก็ตามมีเพียงแค่ 35.8% เท่านั้นที่หันไปขับ Grab หรือรับงานในแอปพลิเคชันอื่น ๆ ด้วย โดยกลุ่มนี้เปิดเผยว่าได้รายได้เฉลี่ยมากขึ้น 1,741 บาทต่อเดือน ส่วนกลุ่มที่เหลือนั้นมีหลายเหตุผลในการไม่ปรับตัวไปขับ Grab อาทิ มีระเบียบและขั้นตอนที่ยุ่งยากมากไป ใช้แอปพลิเคชันไม่เป็น รู้สึกว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและไม่คุ้ม เป็นต้น

 

แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็ไม่น้อยเลย กว่า 60.77% ของผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ได้หันไปขับ Grab ยอมรับว่าลูกค้าลดลงจริง เนื่องจากการแข่งขันสูงมาก และด้วยความสะดวกของ Grab ทำให้ลูกค้าไม่เดินมาที่วินแล้ว และสำหรับในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด หากสถานการณ์รายได้ของวินลดลงจนรับไม่ไหว กว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างมองว่ายังหาทางออกไม่ได้เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถไปทำอาชีพอื่นได้ 

 

เหล่าพี่วินจากกลุ่มตัวอย่างนี้ยังมีข้อเรียกร้องให้รัฐเข้ามาช่วยเหลือให้สถานการณ์ของผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์ดีขึ้นและสามารถอยู่รอดได้แม้ในยุคที่ Grab เป็นที่นิยมด้วยการ ควบคุมราคาสินค้า เช่น ราคาน้ำมัน ราคาเสื้อวิน ปรับราคาค่าโดยสารขึ้น จัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ และมีการบริการสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย และดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์

 

ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่สวยงามนักสำหรับพี่วินทั่วประเทศ แต่ไม่ว่าอย่างไรโลกก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน และทุกอาชีพต้องปรับตัว หากอาศัยความช่วยเหลือจากรัฐและตัวผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์เองหันมาปรับปรุงเรื่องปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนมากในสังคม เช่น เรื่องราคาที่ไม่แน่นอน เรื่องมารยาทและความปลอดภัยในการขับขี่ เราเชื่อว่ายังไงสถานการณ์ก็จะดีขึ้นไม่มากก็น้อยแน่นอน

5 years ago, motorbike taxis in Bangkok were once one of the most common modes of transportation in Thailand, especially Bangkok, because they are everywhere and the fastest way to get around in traffic jams.

 

As ride-sharing applications like Grab and Uber entered Thai market, thighs changed. These apps provide users with the level of convenience that is hard to overlook. They have a wide range of vehicles, including motorbikes, and users can book a ride via the applications with estimated fares. Users can also be sure that riders' profiles were screened carefully. These are the reasons why Grab is a game-changer for motorbike taxis.

 

Sertis would like to look into the situation of motorbike taxis in Bangkok. How are the riders? Are there more or fewer riders after Grab’s entry? How are their income and expense, and how are they affected by Grab?

 

However, people in every occupation need to be consistently productive, so are motorbike taxi riders. Somehow, we may expect to see that riders adapt to the situation and reclaim their popularity in certain ways. Let’s stay tuned.

mototaxi_CreativeMay_Sertis(EN)-02.jpg

From the 2019 report, there were 185,303 motorbike taxi riders in Thailand. Around 45% of them are in Bangkok and 28.26% are in Bangkok Vicinity. 6.83% is in other provinces in the central region, 7.94% in the eastern region, 4.33% in the northeastern region, 2.99% in the northern region, and 4.35% in the southern region.

mototaxi_CreativeMay_Sertis(EN)-03.jpg

For the riders in Bangkok, there were 88,601 riders in 2014, then raised to 105,894 in 2015 and reduced to 84,547 in 2019.

 

5 districts that have the most motorbike taxi riders in Thailand are Jatujak (3,936 riders), Din Daeng ( 2,955 riders), Wattana (2,907 riders) Bang Khun Thian (2,899 riders), and Bang Kapi (2,870 riders).

 

Grab Bike had a soft launch in 2016 before launching officially in May of 2017. They have grown in popularity since then, which hugely affected the motorbike taxi industry and reduced the number of riders in 2017.

mototaxi_CreativeMay_Sertis(EN)-04.jpg

We gathered information from the UTCC University’s 2019 report on the situation, wages, and expenses of a sample group of motorbike taxi riders in Bangkok.  Let’s start with the average ages of the riders which are 39 years old, starting from the youngest being 21 to the oldest being more than 61. Each rider works an average of 9 hours a day and has 41 rides per day.

70.6% of the riders in the survey are licensed. Licensed riders must pay the monthly rental fees of uniform and motorbike stands. As a result, the remaining 29.9%, which some of whom ride as a second job, refuse to register to avoid the costs.

 

Even though the riders earn around 975 Baht per day or 24,370 Baht per month, the cost of riding is as high as 11,634 Baht per month, including gas fee, installments, uniform rental fees, and motorbike rental fees, not to mention other living expenses, which left them less money than we expected.

mototaxi_CreativeMay_Sertis(EN)-05.jpg

After the arrival of Grab Bike, we should expect riders to quickly adapt to the situation. Despite this, only 35.8% of the riders in the sample group applied for a rider position in Grab and other apps. They reported that they earn an additional income of 1,741 Baht per month. The remaining 65% said that the reason why they didn’t consider riding in those apps is that they thought it was too complicated, they didn’t know how to use the app, and they didn’t think it was worth it.

 

However, the riders also accepted that they were greatly affected. Because of the convenience Grab provides,  60.77% of non-Grab riders admitted that the number of customers had decreased and the market became highly competitive. In the worst-case scenario, if they couldn’t afford to keep being a rider, 50% of these riders said they didn’t know what they’d do next because they didn’t think they had the skills for other jobs.

 

These riders also demanded the government to assist them by controlling the price of, for example, gas and uniform, raising the fare, organising the system, and providing riders with accessible and low-interest loans to help them survive in this situation.

 

Now may not be a pleasant time for motorbike taxi riders in Thailand, but the world is changing all the time and everyone must adapt. If the government lends a helping hand and the riders themselves correct their shortcomings, such as setting the standard fare and following strictly and improving the safety and driving etiquette, we believe that the situation will get better soon.
 

References:

https://www.data.go.th/dataset/pubmotorcycle

http://cebf.utcc.ac.th/upload/analysis_file/file_th_444d28y2019.pdf

https://themomentum.co/motorcycle-taxi-vs-grab-bike-in-thailand/

Related Posts