How the World Will Look after

the Coronavirus Pandemic 

MARCH 30, 2020

ในช่วงเวลานี้ที่เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ของ COVID-19 และข่าวสารอีกมากมายที่ต้องรับรู้ จนบางครั้งทำให้เราหดหู่ และเกิดคำถามในใจว่าเมื่อไหร่สถานการณ์นี้จะจบลงเสียที แต่ในทางกลับกัน อยากให้ลองมองอีกมุมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่จะเป็นประวัติศาสตร์ของโลกของเราอย่างไร

 

เราอยู่ในยุคของการมีภัยคุกคามที่เป็นปัญหาเชิงระบบ (Systemic problem) ที่ซับซ้อน ที่เราต้องเจอโดยไม่ทันได้ตั้งตัว และดูเหมือนจะเป็นปัญหาระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ (Climate change) และโรคระบาดที่เกิดจากไวรัสอย่าง COVID-19 สถานการณ์นี้เป็นการทดสอบ (Stress test) ที่จะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านระบบสุขอนามัย เศรษฐกิจ สังคม การปกครอง และระบบการทำงานของประเทศต่าง ๆ ในยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ที่มีความเชื่องโยงกัน ว่าจะสามารถตอบสนองหรือรับมือกับผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงไร

 

วันนี้ผมขอจดเป็นบันทึกส่วนตัวในการสะท้อนแนวคิดและคำถามอีกมากมายของแนวโน้มที่เปลี่ยนไปในอนาคต 

 

1.Systems Thinking: 

ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมองปัญหาอย่างเป็นระบบบูรณา การ (Systems Thinking) มากขึ้น ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่สามารถช่วยแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาที่ซับซ้อนได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนในทุกวันนี้ คือ การสร้างระยะห่างจากคนอื่น (Social distancing) การแยกตัวเองออกจากสังคม เป็นเหมือนการใช้คานงัด (Leverage) เบื้องต้นในการช่วยชะลอตัวของการแพร่โรคระบาด (Flatten the curve) ซึ่งการผ่อนคลายปัญหาบางครั้งมีวิธีที่ปฏิบัติได้อย่างง่าย เพียงแต่ต้องมีการสื่อสารที่ชัดเจนที่นำไปสู่ความร่วมมือที่ดีจากทุกฝ่าย นอกจากนี้การพิจารณาถึงวิธีแก้ไขปัญหาจะต้องคำนึงถึงมิติด้านเศรษฐกิจและสังคมด้วย เพราะทั้งสองปัจจัยมีส่วนสนับสนุนหรืออาจก่อให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านที่เอื้อต่อการควบคุมโรคระบาดที่มีต่อระบบอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับประเทศไทยสิ่งที่เราได้เห็นเพิ่มเติมจากสถานการณ์นี้คือ ผลกระทบของปัญหาความเหลื่อมล้ำที่อาจเป็นปัจจัยต้านที่ทำให้การควบคุมโรคมีความท้าทาย เพราะเมื่อมีการ lockdown หรือปิดธุรกิจบริการ  คนที่มีรายได้น้อยหรือพนักงานที่ไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ เขาก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงได้เพราะไม่มีรายได้พอสำหรับค่าครองชีพในเมือง ทำให้เกิดผลที่ไม่พึงประสงค์คือ การย้ายถิ่นกลับบ้าน ซึ่งสร้างความแออัดขณะเดินทางและอาจทำให้เกิดการแพร่เชื้ออย่างกว้างขวางขึ้น ดังนั้นนอกเหนือจากมาตรการควบคุมโรคแล้ว ต้องมีมาตรการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้เพื่อที่จะทำให้ประชาชนอยู่ในสถานการณ์วิกฤตนี้ได้ ซึ่งในบางประเทศ เช่น อังกฤษมีการชดเชยเงิน 80% ของค่าจ้างสำหรับผู้ไม่มีงานทำในช่วงโรคระบาด สำหรับประเทศไทยก็ดูเหมือนว่ากำลังพิจารณาที่จะทำในลักษณะที่คล้ายกัน

 

2.Environmental sustainability: 

ช่วงที่เกิดการระบาดของ COVID-19 ทำให้สิ่งแวดล้อมโลกได้พักจากมลพิษที่เกิดจากการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำหรือทางอากาศ รวมถึงควันเสียจากโรงงาน และในส่วนของการกินอาหารที่บ้าน ก็ช่วยลดปริมาณอาหารเหลือและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon footprint) เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า การสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศที่จะช่วยกันเปลี่ยนแปลง แต่การฟื้นฟูของสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นนี้จะยังคงดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของแต่ละประเทศหลังจากนี้

 

3.Civic Tech: 

เราได้เห็นการใช้ Civic tech/ crowdsourcing/ hackathon มากขึ้น เพื่อทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วขึ้น เช่น ชาวไต้หวันรวมตัวกันสร้าง Face Mask Map ที่เก็บข้อมูลบ่งบอกสถานที่ที่มีหน้ากากอนามัย ช่วยทำให้คนเข้าถึงและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้เร็วขึ้น บวกกับมาตรการอื่น ๆ กว่า 124 มาตรการที่ทำอย่างรวดเร็วมีผลต่อการรับมือที่มีประสิทธิภาพของประเทศ อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ความร่วมมือในวงกว้างของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกที่จะทำ Open research innovation บน Kaggle ในการแชร์ข้อมูล COVID-19 เพื่อช่วยวิเคราะห์ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ ยิ่งเข้าใจเร็วและลึกมากเพียงใดก็จะช่วยให้เกิดการพัฒนาการรักษาทำได้เร็วขึ้น 

 

4.Service automation: 

ผลกระทบของ COVID-19 อาจจะนำมาซึ่งโอกาสหรือนวัตกรรมกระบวนการธุรกิจ (Business process innovation) ใหม่ ๆ หรืออาจเป็นการกระตุ้นหรือเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เข้าสู่รูปแบบของ Digital และ Online platform เร็วขึ้น ลองเริ่มต้นคิดจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างการ Work from Home ที่หลาย ๆ บริษัทมีการปรับใช้ สิ่งนี้ทำให้เราใช้เวลาที่บ้านนานขึ้นและพึ่งพาระบบ Online มากขึ้นเพื่อใช้ในการสื่อสาร ในการทำงาน รวมถึงการจับจ่ายใช้สอย อาจส่งผลให้เกิดการเร่งขยายตัวของบริการ delivery เกิดสังคมไร้เงินสด (Cashless society) หรือส่งผลไปถึงการใช้ระบบ automation เช่น การใช้หุ่นยนต์ในการหยิบ หรือแพ็คของ นอกจากนี้งานด้านอื่น ๆ ที่ยังต้องทำเพื่อให้ชีวิตยังคงดำรงอยู่ได้ เช่น งานเก็บขยะ งานส่งของ การจ่ายตลาด ร้านอาหาร งานด้านการแพทย์ สาธารณสุข การเงิน การเรียนการสอน อาจต้องเปลี่ยนไปเช่นกันเพื่อให้รองรับความต้องการด้าน online ที่สูงขึ้น 

 

5.Global supply chain redesign: 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราอาจจะเน้นระบบการผลิตและกำหนดเส้นทางการส่งของที่เน้นความประหยัดและเหมาะสม (Lean and Optimal) ที่ไม่ค่อยมีทางเลือกสำรอง แต่เมื่อโรงงานและระบบส่งของทั่วโลกหยุดหรือชะลอตัวจากผลกระทบของ COVID-19  ทำให้หลังจากนี้เราคงต้องคิดออกแบบ Global supply chain ใหม่ที่คำนึงถึงระบบสำรอง (Redundancy) มากขี้น มีเส้นทางในการส่งของทางเลือก ระบบการผลิต โรงงานสำรอง เพื่อที่จะตอบรับสภาวะฉุกเฉินที่อาจไม่คาดคิดอย่างที่เราเจอขณะนี้ 

 

6.Bioinformatics & AI: 

มีการเร่งนำเอาเทคโนโลยีดิจิตัล Bioinformatics และ AI มาใช้ในด้านสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง เพื่อที่จะขยายความสามารถในการรองรับผู้ป่วยโรคระบาดด้วยทรัพยากรที่จำกัด เช่น การใช้ Telemedicine ช่วยให้ผู้ป่วยในที่ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล การใช้ Machine Learning มาช่วยวินิจฉัยโรค โดย Alibaba อ้างว่ามีระบบที่ตรวจ Coronavirus จากการทำ CT scan ที่แม่นยำสูงถึง 96% โดยใช้เวลาตรวจเพียง 20 วินาทีเมื่อเทียบกับมนุษย์ที่ใช้เวลา 15 นาที ซึ่งหากเรานำโมเดลนี้มาใช้แล้วค่อย ๆ เก็บข้อมูลเพื่อมาสอน ML model ก็สามารถทำให้เราพัฒนาโมเดลเองได้เร็วขึ้น นอกจากนี้มีการนำงานด้าน Bioinformatics มาใช้ในงานวิจัยทางการแพทย์และยา เพื่อทำความเข้าใจโรคระบาดมากขึ้น เช่น AlphaFold (AI ของ Deepmind) มาใช้ในการทำนายโครงสร้างของโปรตีนของไวรัส ซึ่งข้อมูลจากการทำนายนี้ นักวิจัยสามารถนำไปศึกษาต่อยอดเพื่อทำความเข้าใจการทำงานของไวรัส ช่วยในการพัฒนายาหรือวัคซีนในอนาคต 

 

7.Fake news immunization: 

ในภาวะฉุกเฉินที่ผู้คนตื่นตระหนก มีข่าวสารมากมายถูกแพร่กระจายจากทุกช่องทาง ทั้งข่าวจริงและข่าวเท็จ การจัดการกับปัญหา Misinformation ที่ยังคงมีอยู่ใน Social media เป็นความท้าทายของทั้งประชาชนและภาครัฐ เราอาจจะต้องเริ่มต้นที่ว่าเราควรจะมีวิจารณญาณในการรับข่าวสารจากช่องทางที่น่าเชื่อถือ หรือทำตัวเป็นผู้บริโภคสื่อที่ดี มีการตรวจสอบแหล่งข่าวหลาย ๆ แหล่งก่อนจะแชร์ให้ผู้อื่น แม้กระทั่งพักหรืองดรับข่าวสารบ้าง เพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียด เริ่มสร้างภูมิคุ้มกันจาก fake news รวมทั้งมีสติ อดทนที่จะรอข่าวสารที่น่าเชื่อถือก่อนส่งต่อให้ผู้อื่น เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของการกระจายข่าวผ่าน social media มีข้อเสียคือหาต้นตอยาก ดังนั้น เทคโนโลยีอย่าง blockchain ก็อาจจะนำมาปรับใช้เพื่อตรวจสอบและติดตามที่มาได้ (traceability)

 

8.Global leadership: 

ในขณะที่เกือบทุกประเทศในโลกกำลังดิ้นรนกับการควบคุมโรคระบาด ประเทศจีน (หลังจากที่สามารถควบคุมโรคได้จากการใช้มาตรการที่เด็ดขาดและกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตนี้) ก็ได้แสดงบทบาทของความเป็นผู้นำของโลก ที่จะยื่นมือให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศต่าง ๆ โดยส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการควบคุมโรคระบาด COVID-19 และส่งอุปกรณ์การแพทย์ ไปยังประเทศที่กำลังประสบภัยอย่างรุนแรง เช่น อิตาลี เซอร์เบีย อิหร่าน แม้กระทั่ง Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba ธุรกิจ E-commerce ยักษ์ใหญ่ของจีน ก็สนับสนุนให้ส่งชุดตรวจโรค 20,000 ชุด หน้ากากอนามัยอีก 100,000 ชุด ไปยังประเทศในแอฟริกากว่า 54 ประเทศ แสดงถึงความมีน้ำใจและความพร้อมในการจัดการปัญหาโรคระบาดในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี 

 

9.Sensor based data collection: 

จากสถานการณ์โรคระบาดนี้เราได้เห็นความสำคัญของความเร็วในการเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล การติดตามโรคระบาดในการหา traceability (เช่น Tracetogether หรือการจัดการผู้ป่วย) เพื่อที่จะมีมาตรการในการควบคุมจุดเสี่ยงและเตรียมพร้อมรองรับได้ ดังนั้น ในอนาคตจะมีการนำเซนเซอร์ IoT มาใช้ใน Smart City มากขึ้น ทั้งด้านการสังเกตและเก็บข้อมูลการเคลื่อนที่ของประชากร การจราจร ความหนาแน่นของประชากร หรือแม้กระทั่งเซนเซอร์บน smart watch, smart phone หรือ contactless biometrics (Face recognition) 

 

10.Outbreak analytics: 

ความพร้อมในการเตรียมตัวกับการระบาดในอนาคตเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งนี่เป็นที่มาของการนำ data science มาใช้ในงาน outbreak analytics ของสาธารณสุข โดยเริ่มตั้งแต่การเก็บข้อมูลจากแหล่งเกิดเหตุ ข้อมูลประวัติและพื้นเพของผู้ติดโรค ลักษณะการติดโรค รวมถึงการวิเคราะห์ WGS (whole genome sequencing) หรือการศึกษาหาลำดับนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ของสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ข้อมูลการช่วยเหลือ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการประเมินความเสี่ยง สร้างโมเดลในการแพร่เชื้อ รวมถึงวางแผนการจัดการเพื่อรับมือกับการระบาดของโรคในอนาคตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

ในวันนี้ที่เราต้องเจอกับวิกฤตที่ท้าทายระดับโลกและไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ แต่ก็ได้เห็นโอกาสที่จะทำให้เกิด process innovation ที่ตอบสนองภัยโรคระบาดนี้อย่างรวดเร็ว (เช่น Crowdsourcing ในการหาความช่วยเหลือ) เพราะความเร็วเป็นสิ่งที่สำคัญ และผมอยากให้เรามองไปข้างหน้าว่า เราจะเรียนรู้เพื่อที่จะอยู่กับสิ่งนี้ต่อไป หรือเรียนรู้เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้น ให้เรามีความพร้อมที่จะเจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิดอย่างมีสติ ผมได้เห็นสิ่งที่ทุกคนพยายาม ช่วยกันแก้ปัญหาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ผมเชื่อว่าเราจะผ่านความยากลำบากนี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง และมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นในสังคมไทย (อย่างน้อยเราก็รู้ว่าการล้างมือที่ถูกต้องเป็นอย่างไรใช่มั้ยครับ?)

 

The world is shutting down. As people around the world face the realities and are forced into isolation. News of the novel pandemic threat that has taken lives reported every single day. It’s only natural to feel anxious about the situation - wondering when will it end and when we will be able to get on with our lives?

Much remains uncertain, but envisioning the post-pandemic world is something ensuring we change for the better, not the worse.

 

We are now living in the era that systemic problems are the new norm of threat. It is a massive scientific and societal challenge which global citizens are all encountering just out of the blue. For such an example of Climate change to the new spreading of disease Covid-19. The situation leads to an enormous stress test that dares questioning healthcare, economic, society, politics and other systems in the age of globalization. The lesson of this outbreak is not how globalization failed but how fragile it is and how can we effectively prepare for such a crisis.

 

I’ll have this noted to myself reflecting my own perspectives and so what does the future look like?  

 

1. Systems Thinking: 

It’s time that people are now paying more attention to the importance of systems thinking. We are a part of things, a system and a change maker - power relies on all individuals in order to make a change in the society. The most obvious example of this outbreak is that with all small acts of people getting to stay home, practice social distancing playing parts to leverage and slow the spread of the infection. Thus, we all play the main role flattening the curve - sound easy right? 

 

However, it seems to be a big challenge when it comes to effective communication encouraging a collaboration of all. Flatten the curve is not the only concern, but economically and societal solutions also key success factors of winning this war. 

 

In Thailand, we can foresee that inequality of society will affect the idea of flatten the curve. With the full shut down of the country left with no means for migrant workers to earn a living that leads to the decision of heading back home. Consequently, higher risks for spreading of the outbreak outside the infected areas will be expanded, due to the movement of folks. Not only the policy that works but the government needs to come up with the support in this situation. For example, the U.K government announced that it would cover 80% of self-employed grants. Thailand’s government also expects to support similar packages to individuals. 

 

2. Environmental Sustainability: 

While we are all in the fight against coronavirus, we are fighting climate change, too.

The outbreak has led to a shutdown of economic activity and a drastic reduction of carbon emission. No plane, No boat nor Car - everyone shelter in place lead a drastic reduction of global emission. We are more likely to reduce leftover food and carbon footprint when we dine at home. Humans are part of nature, not separate from it - we have a chance to build a brighter future as we learn amid the crisis. To make those changes and impacts, kind cooperation requires from all countries pointing to one direction as we all cease to exist making environmental sustainability. 

 

3. Civic Tech: 

The calling of Civic Tech/ Crowdsourcing and Hackathon are the trend. Taiwan sets an example for the World on How Face Mask Map effectively helps lower the risk by just locating the number of available masks at various stores nationwide along with over 124 policies. Open research innovation is another great example of a call to action collaboration  between AI experts and scientists in response to the pandemic.

   

4. Service Automation: 

The coming of covid-19 is upending as we know it. The impacts of it lead new Business process innovation shifting the way we live. Thinking about digital disruption and online platforms that we’re all now in - Work From Home implemented in many organizations. 

We rely on those online platforms to communicate, to work and to shop which rapidly lead the expansion of delivery service and cashless society while people are confined to homes globally. Robots or other automation innovations play roles during this crisis to avoid human interaction. It will accelerate a change that has already begun, reshaping the way we shop, restaurant business, healthcare system, medication, financial and schooling systems.   

 

5. Global Supply chain redesign: 

From traditional perspectives of Lean and Optimal that left not many choices. Covid-19 is undermining the controversial belief of global manufacturing. Organizations will now rethink and demand to know more about their origins of the supplies and will trade off efficiency for redundancy.   

 

6. Bioinformatics & AI: 

A call off to advanced AI & Bioinformatics in global healthcare optimizing the capacities helping the outbreaks. For instance, Telemedicine allows doctors to consult their patients without physical appearance. Machine Learning adoption in reading CT Scan. Alibaba claims that its model beats humans in detecting films with 96% accuracy in only 20 seconds, while it’s 15 minutes for humans. Furthermore, AlphaFold of Deepmind is going after coronavirus 

 

7. Fake news immunization: 

In this crisis, false information is spreading faster than the virus itself. It’s a challenge for all of us and the government to cope with this infodemic. The easiest way we could do is to check before we share any information, choose the reliable mediums and best practice some digital detoxing. Misinformation on social media is difficult to trace back to its origin, however, blockchain could become a solution on this traceability. We can choose to cooperate and to help one another. The power of freewill is in our hands.

8. Global Leadership:

While the World is shutting it down - China asserts claim to global leadership, providing essential equipment to affected nations. With China using soft power changing perceptions about the pandemic, sending doctors and medical supplies to Serbia, Irian, Spain and Italy - countries that have been hit hard by the virus. As well as the giant E-commerce, Alibaba sent over 20,000 test-kits, 100,000 masks to over 54 countries in Africa. Thanks to Jack Ma and China showing their generosity during the crisis and proof that there’s no boundary in the time of catastrophe to seperate us, humanity.  

 

9. Sensor based data collection:

With this outbreak, we realize the importance of data collection and analysis. Transparency and traceability in tracking patients (i.e. Tracetogether or patients management) Getting cooperation from the community and individual is vital to reducing the spread of infections. In the near future these sensors and IoT will be widely used in Smart City - population observation, migration of people, density, traffic or even those data in smart watch, smartphone and contactless biometrics (Face recognition).

10. Outbreak Analytics:

How we can prepare for the next epidemic is a topic to a better response for the sake of mankind. Therefore, data science is applied to facilitate the healthcare sector as outbreak analytics. Starting from where it begins, contact history, how they got infected including the WGS (Whole genome sequencing) and Nucleotide. All developments of modelling infectious disease outbreak for informing the response to emerging pathogens.
 

As we are all in this unprecedented living memory. No timeline of its ending nor when the vaccine will be ready. We can see those opportunities in the process of innovation that respond to outbreaks such as crowdsourcing. The faster the action, the more effectiveness in response to the situation. I would like to encourage all of you looking forward to a brighter future, we will be more than ready for the next unexpected and isn’t it those difficulties that bring out our true colors? There is always ease after every difficulty. This too shall pass. 

(At least we learn the important lesson of how to get a proper hand wash, Right?  

References:

https://www.brookings.edu/blog/techtank/2020/03/16/lessons-from-past-pandemics-disinformation-scapegoating-and-social-distancing/

https://thaipublica.org/2017/12/data-driven-society17-1/

https://www.nytimes.com/2020/03/13/climate/coronavirus-habits-carbon-footprint.html

https://github.com/qcri-social/AIDR/wiki/AIDR-Overview

https://jhumanitarianaction.springeropen.com/articles/10.1186/s41018-016-0013-9#ref-CR50

https://www.bmj.com/content/368/bmj.m545

https://www.weforum.org/agenda/2020/03/coronavirus-seven-ways-collective-intelligence-is-tackling-the-pandemic/

https://www.vox.com/science-and-health/2020/3/17/21181694/coronavirus-covid-19-lockdowns-end-how-long-months-years

https://www.sciencemag.org/news/2020/03/coronavirus-cases-have-dropped-sharply-south-korea-whats-secret-its-success

https://royalsocietypublishing.org/doi/full/10.1098/rstb.2018.0276

https://medium.com/institute-for-the-future/counterfactual-thinking-is-the-key-to-creativity-and-a-vaccine-against-future-shock-9774a111b996

https://www.foreignaffairs.com/articles/2020-03-18/coronavirus-could-reshape-global-order

https://www.foreignaffairs.com/articles/asia/2020-03-20/how-civic-technology-can-help-stop-pandemic

https://www.foreignaffairs.com/articles/2020-03-21/it-takes-world-end-pandemic

https://stm.sciencemag.org/content/8/338/338ed6.short

https://www.wired.com/story/coronavirus-interview-larry-brilliant-smallpox-epidemiologist

https://www.foreignaffairs.com/articles/2020-03-16/will-coronavirus-end-globalization-we-know-it

บทความโดย
คุณจรัล งามวิโรจน์เจริญ
Chief Data Scientist & VP of Data Innovation Lab
บริษัท เซอร์ทิส จำกัด

Related Posts

AI-ethics-Cover.jpg
ถาม - ตอบ Data แบบบ้าน

CONTACT US

Bangkok Office

Sertis Co.,Ltd. 

Suite No.302, 3rd Floor

597/5 Sukhumvit Road,

Khlong Tun Nuea, Wattana, Bangkok, Thailand 10110

Singapore Office

Sertis International Pte. Ltd.

3 Pickering Street

#03-05 Singapore 048660

© 2020 Sertis Co.,Ltd. All rights reserved.

  • Sertis Facebook
  • Sertis Linkedin
  • Sertis Channel
Sertis-Logo_2020.png