เอไอกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร

OCTOBER 7, 2019

อุตสาหกรรมการเกษตรเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย อีกทั้งอาชีพเกษตรกรยังเป็นฐานปิรามิดของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ดังนั้น การส่งเสริมและผลักดันความสามารถทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมการเกษตร จึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการกระตุ้นกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและส่งเสริมศักยภาพของเกษตรกรไทย และเพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงภาคการเกษตร โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (Artificial Intelligence) ก็สามารถนำมาสร้างประโยชน์ให้กับแวดวงการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการยกระดับคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร การบริหารจัดการภายในฟาร์ม ลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของมนุษย์ (human errors) รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตรให้มีความทันสมัย และสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

 

หลากหลายประเทศทั่วโลกก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเอไอมาใช้ในการยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรให้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาเทคโนโลยีเอไอในการคาดการณ์ผลผลิตทางการเกษตรเพื่อให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาหุ่นยนต์ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดวัชพืช “The See & Spray robot” ที่สามารถคำนวณการพ่นสารเคมีให้ตรงจุดเฉพาะบริเวณวัชพืชเท่านั้น เพื่อลดการกระจายตัวของสารเคมีที่จะเข้าสู่พืชที่เป็นผลผลิตให้น้อยลง และยังมีแอปพลิเคชัน “Xarvio Scouting” ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถตรวจสอบชนิดของวัชพืชและโรคพืชได้ เป็นต้น

 

ในประเทศไทย ก็มีการนำเอไอมาใช้ในอุตสาหกรรมการเกษตรเช่นเดียวกัน โดยเกิดจากความร่วมมือของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และ บริษัท เซอร์ทิส จำกัด ในการพัฒนา “CPF AI FarmLab Powered by Sertis” โดยผสานเทคโนโลยีเอไอกับ Computer Vision เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมมาตรการควบคุมความปลอดภัยภายในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดการเกิดโรคระบาดของสัตว์ในฟาร์ม เช่น โรคปากเท้าเปื่อย และโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF (Africa Swine Fever) ที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการฟาร์มปศุสัตว์ได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อมูลสถิติการทำงานของพนักงานภายในฟาร์ม เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาและพัฒนาปรับปรุงการดำเนินธุรกิจการเกษตรให้มีความปลอดภัยต่อไป

 

นอกจากนี้ “CPF AI FarmLab Powered by Sertis” ยังสามารถพัฒนาต่อยอดการใช้งานในอนาคต ทางด้านการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพผลผลิต เช่น ปริมาณของน้ำและอาหารที่สัตว์บริโภค การวัดน้ำหนักและคุณภาพของเนื้อหมู การวิเคราะห์โรคจากซากของสัตว์ นอกจากนี้เอไอยังสามารถคาดการณ์อาการป่วยและความเครียดของสัตว์จากการตรวจจับความผิดปกติของพฤติกรรม เพื่อรายงานผลให้สัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ แก้ไขได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการฟาร์ม

 

เห็นได้ชัดว่าเอไอสามารถสร้างประโยชน์หลายด้านให้กับธุรกิจการเกษตร ดังนั้นอาจมีหลายท่านที่กังวลถึงการเข้ามาแทรกแซงของเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Disruption) ในวงการเกษตรกร ผมขอกล่าวในฐานะของผู้มีประสบการณ์ทำงานด้านข้อมูลและการพัฒนาเอไอ ซึ่งจะเน้นเสมอว่า ถึงแม้เอไอจะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในธุรกิจต่างๆ แต่การนำเอไอมาใช้ยังคงต้องควบคู่ไปกับแรงงานมนุษย์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น เอไอยังไม่อาจเข้ามาแทนที่เกษตรกร แต่จะเข้ามาส่งเสริมการทำงานให้สะดวก รวดเร็ว และมีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมการเกษตรของไทยมีความทันสมัยและสามารถปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้อย่างเหมาะสม

 

นอกจากนี้ อย่างทราบกันดีว่าประเทศไทยเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ คือมีผลผลิตทางการเกษตรที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ รวมถึงเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าการเกษตรและอาหารรายใหญ่ของโลก การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้จะยิ่งส่งเสริมมาตรฐานสินค้าการเกษตรของอาเซียนให้มีความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยให้กับผู้นำเข้าประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยหน่วยงานต่างๆ ควรมีส่วนช่วยในการผลักดันให้เกิดการเกษตรอัจฉริยะหรือ Smart Farming โดยเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตรและเศรษฐกิจทางการเกษตรของไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

Thailand’s agricultural industry is one of the main business sectors that drive the economy. Farmers are the base population of the country, which is why pushing the potential of the agricultural industry is advantageous. By encouraging the Thai farmers and economic growth we can support Thailand 4.0, that has technology in countless industries, including agriculture. AI Technology has many roles in this industry, such as improving the quality of agricultural products, farm management, reducing human errors and boosting the agriculture industry to be able to compete with international standards.

Other countries have already recognised the potential of AI when it comes to improving the agricultural industry. For example, Japan developed AI to forecast agricultural products so that business operations could be managed more efficiently. Another example would be the United States that developed the ‘See & Spray Robot’, a herbicide robot that calculated where to spray chemicals, so weeds were directly hit, and other plants were avoided. There is also an app called ‘Xarvio Scouting’ that allows farmers to check different types of weeds and plant diseases, etc.

AI has also found its purpose in the agricultural industry in Thailand, CPF & Sertis recently collaborated in developing ‘CPF AI FarmLab Powered by Sertis’, a Farm Management software that combines AI Technology with Computer Vision to promote biosecurity. The company’s shared goal with this project is to promote security control measures in farms and reduce potential epidemics such as Foot and Mouth disease and ASF (African Swine Fever) that would cause serious damage to the business. The operator can check the statistical data of the employees so they may analyse the cause of a problem and improve safety on the farm.

“CPF AI FarmLab Powered by Sertis” will continuously be developed in the future in terms of quality control and inspection, such as documenting animal consumption, measuring the weight and quality of meats and animal carcass disease analysis. The AI is also able to predict illnesses and stress in the animals by detecting behavioural disorders, the results are reported to veterinarians and experts in the inspection area. This resolves issues quickly, which in turn reduces damage to the farm’s business and increases overall income.

It’s clear that AI brings many benefits to the agricultural business. However, there may be people who worry about digital disruption affecting the farmers. As someone who has a plethora of experience working with data and AI development, I can’t stress enough how important of a role AI plays in business, it will always work side by side with humans. AI won’t replace farmers but will ensure that the work is operating at maximum efficiency, which will help the Thai agriculture industry keep up with the times.

 

It is well known that Thailand is a breadbasket, including being the world's largest producer and exporter of agricultural and food products. Implementing AI technology will enhance the standard of ASEAN agricultural products, allowing us to compete in export and build confidence in quality and safety among importers worldwide. We should encourage every department related to agriculture to push for the creation of ‘Smart Farm’ by focusing on research and innovation that will help advance Thailand’s agricultural industry and economic sustainability in the future.

บทความโดย
คุณธัชกรณ์ วชิรมน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง
บริษัท เซอร์ทิส จำกัด

Related Posts

CONTACT US

Bangkok Office

Sertis Co.,Ltd. 

Suite No.302, 3rd Floor

597/5 Sukhumvit Road,

Khlong Tun Nuea, Wattana, Bangkok, Thailand 10110

Singapore Office

Sertis International Pte. Ltd.

3 Pickering Street

#03-05 Singapore 048660

© 2020 Sertis Co.,Ltd. All rights reserved.

  • Sertis Facebook
  • Sertis Linkedin
  • Sertis Channel
Sertis-Logo_2020.png